++== PUG ==++

1 litre of tears

Posted by: PUG on: กุมภาพันธ์ 10, 2007

93514385_9e3ca8a015_o.jpg

“กว่าที่ฉันจะยิ้มได้อย่างนี้ ฉันเสียน้ำตามาไม่น้อยกว่า 1 ลิตร”

เป็นประโยคที่มาของชื่อ series จากญี่ปุ่น “1 litre of tears” ที่ไม่ทราบเหมือนกันว่าเข้าฉายตามฟรีทีวีเมืองไทยหรือไม่ ส่วนผมหาโหลดจาก bit เอา

1 litre of tears เป็นละครที่ดันแปลงมาจากหนังสือขายดีในชื่อเดียวกัน โดยขายในญี่ปุ่นได้ถึง 1.8 ล้านเล่ม หนังสือเล่มนี้เป็นไดอารี่ ที่บันทึกโดย อายะ เด็กสาวที่ป่วยเป็นโรค Spinocerebellar degeneration หรือ โรคสมองส่วนควบคุมการเคลื่อนไหวเสื่อม ซึี่งจะทำให้ร่างกายค่อยๆสูญเสียการควบคุมไปทีละอย่าง โดยสมองส่วนรับรู้ยังทำงานได้ปกติ นั่นก็คือร่างกายจะค่อยๆเป็นอัมพาต แต่สมองก็รับรู้ได้ปกติตลอด เป็นโรคที่สุดแสนจะทรมานมาก อายะได้เขียนไดอารี่ของเธอตั้งแต่อายุ 14 ปี ตั้งแต่ยังวิ่งเล่นได้ปกติ จนกระทั่งไม่สามารถที่จะจับปากกาเขียนได้อีกต่อไป…

ละคร One litre of tears ไ้ด้นำประวัติชีวิตของอายะ ทั้งจากหนังสือ One litre of tears และจากหนังสือเกี่ยวกับอายะ ที่แม่ของเธอเขียนขึ้นมา มาดัดแปลงเป็นบทละครที่สร้างความซาบซึ้งให้กับคนที่ได้ดูทุกคน…

ตอนแรกที่จะเริ่มดูละครเรื่องนี้ คิดไว้ว่าคงเป็นละครที่ค่อนข้างหดหู่ เพราะแค่อ่านเรื่องย่อ ก็อยากร้องไห้แล้ว แถมชื่อเรื่อง ก็ชวนให้น้ำตาตกอีก แต่เมื่อได้ดูจริงๆต้องยอมรับว่าผิดคาด ละครเรืิ่องนี้ไม่ได้หดหู่อย่างที่คิด ออกจะสดใสเสียด้วยซ้ำ

อายะในเรื่อง สวยมาก เปล่งประกายทุกฉากที่เธอแสดง และก็พยายามสวมบทบาทเป็นผู้ป่วยได้ยอดเยี่ยม

ชอบครอบครัวของอายะเช่นกัน แม่ พ่อ อักโกะ ฮิโรกิ และริกะ

ฉากที่ชอบที่สุดในละคร คือฉากที่ อักโกะด่าฮิโรกิที่อายที่มีอายะเป็นพี่

ตอนที่ผมดูละครเรื่องนี้ผมดูที่เดียว 11 แผ่นรวดเลย ดังนั้นเลยซึมซับอารมณ์ได้เต็มที่จริงๆ ยอมรับว่ารู้สึกใจหายเหมือนกัน จากเด็กผู้หญิงที่วิ่งไปวิ่งมา อย่างสดใสในตอนแรก กลับกลายเป็นเดินไม่ได้ พูดแทบไม่ได้ในแผ่นสุดท้าย แต่อายะก็ไม่เคยถอย ดูแล้วมีกำลังใจชีวิตขึ้นอีกเยอะ

ขอนำประโยคเด็ดๆ จากหนังสือ 1 litre of tears ที่บันทึกโดยตัวของอายะเอง
และนำมาใช้ปิดละครในแต่ละตอน มาให้ได้อ่านกัน


ตอนที่ 1 เริ่มต้นสู่วัยรุ่น
“ชีวิตของฉันก็เปรียบเหมือนดอกไม้ที่ยังตูมอยู่ ช่วงเริ่มต้นวัยรุ่นของฉัน อยากใช้ชีวิตอย่างที่ไม่ต้องมานั่งเสียใจภายหลัง”

ตอนที่ 2 อายุ 15 ปี โรคปิศาจที่แฝงมา
“แม่คะ ในใจของหนูมีคุณแม่ที่คอยเชื่อในตัวหนูอยู่ตลอด หลังจากนี้ก็ขอฝากตัวเ้วยนะคะ ขอโทษที่ทำให้ลำบากอยู่เสมอ”

ตอนที่ 3 โรคนี้…ทำไมถึงเลือกฉันนะ?
“โรคนี้ทำไมถึงเลือกฉันนะ ถึงจะบอกว่าก็เพราะโชคชะตา แต่ก็ยังทำใจให้ยอมรับไม่ได้”

ตอนที่ 4 ความโดดเดี่ยวของสองคน
“ฉันอยากสร้างเครื่องย้อนเวลาและกลับไปในอดีต ถ้าไม่ได้เป็นโรคนี้ก็คงจะมีความรักได้ อยากจะคุกเข่าขอร้องให้ใครสักคนมาช่วย ฉันจะทนต่อ…ไม่ไหวแล้ว”

ตอนที่ 5 หนังสือประจำตัวคนพิการ
“จะไม่พูดว่าอยากกลับไปวันนั้นอีกแล้ว จะยอมรับตัวเองตอนนี้และมีชีวิตอยู่ต่อไป”

ตอนที่ 6 สายตาที่เย็นชา
“บางครั้งรู้สึกเหมือนถูกสายตาที่เย็นชาทำร้าย แต่ก็ได้รู้ว่ายังมีสายตาที่อ่อนโยนอยู่ด้วยเหมือนกัน เพราะฉะนั้น ฉันจะไม่หนีเด็ดขาด ถ้าเป็นอย่างนั้น สักวันหนึ่งก็คง…”

ตอนที่ 7 ที่อยู่ของฉัน
“ถึงแม้ว่าจะเป็นอย่างนั้น แต่ฉันก็ยังอยากอยู่ที่นี่ เพราะนี่คือที่ที่ฉันอยู่”

ตอนที่ 8 1 litre of tears
“ถึงจะล้มกี่ครั้งก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็ลุกขึ้นใหม่ได้ ถ้าล้มแล้วมองไปบนท้องฟ้าที่สดใส ฟ้าก็ยังคงกว้างอย่างหาที่สุดมิได้เหมือนเดิม และยังคงยิ้มให้กับเราเสมอ…ฉันยังมีชีวิตอยู่”

ตอนที่ 9 ชีวิตในตอนนี้
“คงไม่ใช้ใช้ชีวิตในอดีต แต่ต้องใช้ชีวิตในตอนนี้เท่าที่จะทำได้ก็พอ”

ตอนที่ 10 Love Letter
“ความเป็นจริงช่างโหดร้ายเหลือเกิน แม้แต่จะฝันก็ยังทำไม่ได้ และเมื่อคิดถึงอนาคต น้ำตาก็จะไหลออกมาอีก”

ตอนสุดท้าย ไปแสนไกล สู่ที่น้ำตาเลือนหาย
“มีชีวิตอยู่ต่อไปนะ”

ส่งท้ายกันด้วย คำไว้อาลัยให้กับอายะจากคุณแม่ของอายะครับ

“…แต่ว่านะอายะ เป็นเพราะหนูทำให้
มีคนคิดเรื่องมีชีวิตอยู่ได้หลายคน
มีความสุขที่ได้ใช้ชีวิตอยู่แบบธรรมดาทุกวัน
และได้รู้สึกถึงความอบอุ่น
ได้รู้ถึงความมีน้ำใจของคนที่อยู่ใกล้ตัวเอง

คนที่เป็นโรคเดียวกันแล้วทรมาน
ก็ได้รู้ว่าไม่ใช่มีแต่ตัวเองคนเดียวเท่านั้น
ที่หนูเสียน้ำตาไปมากมายนั้น
และคำพูดของหนูที่เกิดจากสิ่งนั้น
ได้ส่งไปถึงใจของคนหลายๆคน

อายะ…
อยู่ที่โน่น ไม่ได้ร้องไห้แล้วนะ
แม่น่ะ อยากเห็นลูกตอนที่ยิ้มอีกครั้ง…”

book_of_1_litre_of_tears.jpg
ปกหนังสือ 1 litre of tears

**ถ้าหาละครเรื่องนี้ชมไม่ได้จริงๆ ส่ง email ติดต่อได้ที่ pakchato@gmail.com ครับ

27 Responses ถึง "1 litre of tears"

ดูเรื่องนี้แล้วร้องให้ไปหลายรอบมากเลยค่ะ นึกไม่ถึงว่าชีวิตจะโหดร้ายได้ขนาดนี้ ฉากที่ฮิโรกิถูกอักโกะด่า เล่าเอาเราร้องไห้ไปหลายวันเลย

เพิ่งดูจบประทับใจมากมันเป็นความเศร้าแบบอบอุ่น ไม่บรรยายนะครับดูเถอะและคุณจะไม่ผิดหวัง สำหรับคนที่ตอมน้ำตาตื้น หาผ้าเช็ดตัวมาเช็ดดีกว่า “มีชีวิตอยู่ต่อไปนะ”

รู้สึกว่า จริงๆ แล้วชีวิตเราก็ไม่ได้เลวร้ายสักท่าไหร่เลย
เพราะยังมีคนที่เค้าต้องเผชิญความรวดร้าวกว่าเราตั้งหลายเท่า

ดูจบแล้ว สนุกมากเลย อายะ จังเก่งมากๆเลย
คิดว่าที่ร้องไห้ไม่ใช่เพราะหนังมันเศร้านะ แต่เพราะหนังมันซึ้งต่างหากล่ะ

(TvT) อายะจัง กัมบัตเตะเน้~

ไม่ทราบว่าหนังสือมีแปลเป็นภาษาไทยหรือยังค่ะ อยากอ่านจัง

อยากอ่านหนังสือเหมือนกัน ว่าเป็นยังไง แต่ดูซีรี่แล้วเศร้ามากเลย ได้ข้อคิดเยอะแยะด้วย

ตอนนี้ดูไปได้ 8 แผ่นแล้วค่ะ ขอพักแป๊บนึง เพราะไม่ไหวแล้วร้องไห้จนตาเจ็บไปหมด…

ประทับใจทุกฉากทุกตอนของเรื่อง บท ตัวละคร ทำได้ดีมากจริงๆ T-T

เรื่องนี้ได้ดูตั้งแต่อยู่ญี่ปุ่นแล้วมาเมืองไทยกํเจออีก แต่ได้ดูเรื่องนี้ดีนะเป็นกำลังไจได้อย่างดีเรย ผมก็พึ่งรู้ว่าตัวเองเป็นโรคประจำตัวเหมือนกัน เพราะทำงานหนักมาก รักษาไม่หายเหมือนกัน แต่มียาประคองได้ ได้ดูเรื่องนี้แล้วกำลังไจดีขี้นเยอะเรย ดูเรื่องนี้แล้วไม่ผิดหวังแน่นอน

อยากดูเรื่องนี้จริงๆ T^T
แค่อ่านเรื่องย่อก็เศร้าแล้ว

อยากดูจัง

หนังสือเล่มนี้มีแปลเป็นไทยแล้วยังค่ะ ถ้ามีแล้วช่วยบอกหน่อยน่ะค่ะ ทางเมลก็ได้ค่ะ

ไม่ทราบเหมือนกันครับ อยากอ่านเหมือนกัน กำลังหาซื้อมาเก็บสักเล่มเช่นกัน
ยังไงลองไปถามๆ ดูที่เว็บไซต์นี้นะครับ

http://www.jkdramas.com

หรือเดี๋ยวผมไปลองตั้งกระทู้ที่พันธ์ทิพย์ดู ได้ความว่าไงเดี๋ยวโพสต์บอกครับ

เพิ่งดูจบค่ะ ประทับใจมาก เป็นซีรี่ส์เรื่องแรก ที่ร้องไห้ตั้งแต่ต้นจนจบ แต่ไม่ได้ร้องไห้เพราะความเศร้าทุกฉากนะคะ
บางฉากก็ร้องไห้เพราะความตื้นตัน อายะเข้มแข็งจริงๆ ดูแล้วรักพ่อกับแม่มากขึ้นค่ะ อยากรู้ว่าคนแบบ “อาโซคุง” มีจริงๆ บนโลกใบนี้มั้ยหนอ …. อยากให้ทุกคนได้ดูค่ะ

ขอให้ได้เจอ อาโซคุง ในชีวิตจริงนะครับ

อยากเจออาโซคุงด้วยคนอ่ะ ผู้ชายอะไรก็ไม่รู้สมเป็น “The real gentleman” จริง ๆ ชอบที่เขาพูดว่า “ถ้าคุยโทรศัพท์ไม่รู้เรื่อง ผมจะไปหา” แล้วก็ “ถ้าคุณพูดไม่ชัด ผมจะตั้งใจฟัง” ต่อมน้ำตาแตกเลยค่ะ T_T

แต่ยังไงสำหรับผม ก็คงชอบอายะที่สุดอยู่แล้ว หุหุ

เห็นด้วยว่าไม่ได้ร้องเพราะความเศร้า

แต่บางฉากร้องเพราะมันตื้นตันจริงๆ จนเก็บความรู้สึกไว้ไม่ได้

ดูแล้วร้องไห้เยอะมากๆ จนคิดว่ากรูบ้าไปรึเปล่ายเนี่ย แต่มันดีจริงๆ

ดูจากยูทูบ ดูเหมือนว่าจะมีภาคต่อนะ ไม่รู้จะนำมาฉายทางทีวีต่อกันเลยไหมนะ

เสียน้ำตาให้กับseriesเรื่องนี้ในทุกตอนที่ได้ดู ประทับใจจริงๆค่ะ
ทำให้รู้ว่าในโลกนี้ยังมีคนที่ต้องต่อสู้เพื่อให้ได้มีชีวิตอยู่ ต่างกับเราที่นิดๆหน่อยก็ท้อ
มองเห็นการใช้ชิวิตประจำวันเป็นเรื่องน่าเบื่อ ดูเรื่องนี้แล้วได้คิดขึ้นมาเยอะเลยล่ะ

พึ่งดูจบไปเมื่อกี้นี้เอง แทบตายครับ
ร้องไห้ตลอดเลย แต่ก็ชอบนะ อยากหาหนังสือมาอ่านเหมือนกัน

ตอนนี้ทางสำนักพิมพ์สยามอินเตอร์ มัลติมีเดีย
ได้จัดจำหน่าย พ็อกเก็ตบุ๊คส์เรื่อง บันทึกน้ำตา 1 ลิตร
เริ่มวางจำหน่ายวันที่ 4 สิงหาคม 2551

真的很好看
我也很喜歡
也很感人動
更讓我份心

ดูแล้ว ร้องไห้ทั้งเรื่องเลยล่ะ ไม่แน่ใจว่าเรื่องจิงมีอาโซ จิงๆหรือเปล่าค่ะ แต่ว่าเรื่องของอายะนะจิงๆใช่ไหม เพิ่งซื้อซี่รี่ย์มาดูนะค่ะเห็นเพื่อนบอกว่าสนุก ไม่ทราบวามีหนังสือที่แปรเป็นไทยแล้วไหมค่ะ

หนังสือแปลไทยมีแล้วนะครับ ขอสยามอินเตอร์บุ๊ค ลองไปดูตามลิ้งนี้ครับ

http://www.se-ed.com/eshop/Book/BookDetail.aspx?No=9789741625741&TypeMCode=BK&ProdMCode=%C7%B3&AspxAutoDetectCookieSupport=1

สำหรับเล่มที่แม่อายะเขียน ไม่ทราบเหมือนกันว่ามีแปลไทยรึเปล่า

ดู แล้ว ร้องไห้ เกือบ ทุกตอน

บางตอนก็ร้องไห้เพราะเศร้า

บางตอนก็ร้องไห้เพราะิ่อิ่มใจ

การที่ได้ดูซีรีย์เรื่องนี้ทำให้หัวใจพองโตจริงๆ

ชอบตอนจบ มาก รู้สึกน้ำตาที่ไหลออกมาไม่ได้ไหลด้วยความเศร้า

แต่ไหลด้วยความปิติ ใจจริง ๆ…..

ชอบมากกกก เรื่องนี้

ดูแล้วชอบมาสงสารนางเอกจังอยากหาโหลดเก็บเอาไว้ดู้ใครมีเวปที่โหลดได้เมลบอกกันบ้างนะ

สำหรับท่านที่อยากหาโหลด

ลองสมัครที่ bitthailand ดูนะครับ
ใช้sms สมัครได้

ใส่ความเห็น