Posted by: PUG on: พฤษภาคม 30, 2007
ห่างการอัพ Blog ไปเกือบสองอาทิตย์ เนื่องด้วยความไม่ว่านั่นแหละ ทั้งงานโปรเจคต์ งานรับน้อง และช่วยงานของคณะด้วย
กับ post วันนี้จะมาเล่าเรื่องโปรเจคต์ที่จะทำให้ฟัง ชื่อเรื่องก็บอกอยู่แล้วว่า “เผาแกลบให้เป็นพลอย” เผาอย่างไร เป็นพลอยได้อย่างไร ลองตามอ่านกันดูได้เลย…
เริ่มแรกต้องมารู้จักกับแกลบกันก่อน แกลบก็คือเปลือกของข้าวนั่นเองครับ หลังจากที่ข้าวเปลือกผ่านโรงสีข้าวแล้ว ก็จะได้ข้าวขาว ซึ่งส่วนที่เป็นกากก็คือแกลบนี่แหละ แกลบมีส่วนประกอบที่เป็นซิลิกาอยู่มากกว่า 50% ซึ่งซิลิกานี่ สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในทางอุตสาหกรรมได้มากมาย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเกี่ยวกับ “แก้ว” หรือจะนำซิลิกาที่ได้ ไปสกัดเป็นซิลิกอน เพื่อนำมาทำโซลาร์เซลล์ก็ได้เหมือนกัน
โดยมากโรงสีข้าวทั่วไป เมื่อสีข้าวเปลือกเสร็จแล้ว แกลบก็จะถูกเผา กลายเป็นขี้เถ้าแกลบไป ซึ่งเมื่อแกลบถูกเผาแล้ว ส่วนประกอบซืิลิกาที่อยู่ในแกลบ ก็ไม่ได้ลดหมายไปด้วย ดังนั้นเราสามารถที่จะนำขี้เถ้าเหล่านี้ มาทำให้บริสุทธิ์ขึ้น เพื่อให้ได้ส่วนประกอบของซิลิกามากขึ้น
เมื่อได้ขี้เถ้าแกลบมาแล้ว นั่นก็คือเรามีซิลิกาอยู่ในมือแล้วหละ…
มีนี้ก่อนจะไปต่อกับการเผาแกลบ ต้องขอแว้บไปเรื่องการผลิตแก้วสักเล็กน้อย
แก้ว เมื่อพูดถึงว่าแก้วทำจากอะไร ก็คงนึกออกไ้ด้ไม่ยากว่า แก้วทำจากทราย แต่จริงๆแล้วก็คือ การเกิดแก้ว เกิดจากการหลอมเหลวของซิลิกาในทรายนั่นเอง การนำทรายมาหลอม เพื่อให้ได้แก้ว จึงเป็นเรื่องที่ทำกันเป็นปกติ โดยอาจจะมีการผสม “ฟลักซ์” ต่างๆ เพื่อให้จุดหลอมเหลวต่ำลง ฟลักซ์ที่นิยมใช้กันก็คือ โซดาแอช หรือมีชื่อทางเคมีว่า โซเดียมคาร์บอเนต เพื่อทำให้ทราย(ซิลิกา) หลอมที่อุณหภูมิต่ำลง ลดการใช้พลังงานโดยสิ้นเปลืองได้
เรื่องราวเกี่ยวกับแก้วยังมีอีกเยอะมากๆ ไว้โอกาสหน้าจะหาข้อมูลมาเล่าให้ฟังเพิ่มเติมนะครับ
กลับมาที่เจ้าขี้เถ้าแกลบครับ เนื่องจากขี้เถ้าแกลบก็มีซิลิกาในปริมาณที่สูง การนำมาเผา จึงทำให้เกิดแก้วได้เช่นกัน โดยอุณหภูมิที่ใช้เผาก็จะประมาณ 1,300 องศาเซลเซียส เช่นเดียวกับการเผาทราย ก็มีการใส่ฟลักซ์ เพื่อลดจุดหลอมเหลวให้ต่ำลงมา นอกจากนี้การเผาที่อุณหภูมิสูงนั้น สิ่งเจือปนต่างๆที่มีจุดเดือดต่ำกว่าจุดหลอมเหลวของซิลิกา ก็จะถูกระเหยหรือระเหิดออกไปด้วย
ทีนี้มาดูกันที่เรื่องสี เมื่อเราเผาขี้เถ้าแกลบให้กลายเป็นแก้วได้แล้ว ขั้นต่อไปก็คือการทำให้แกวมีสีสันเป็นสีสันต่างๆกัน โดยการเติมสารอื่นๆลงไปเจือปน เช่นพวกสารประกอบที่มี โลหะ หรือธาตุทรานซิชั่นเป็นองค์ประกอบ ในขณะที่ทำการเผา ก็จะทำให้ได้สีสันของแก้วออกมาต่างๆกัน
ทีนี้เพื่อจุดประสงค์ทางการค้า หากเรียกแก้วสี ดูท่าแล้วจะขายไม่ค่อยออก เลยเปลี่ยนชื่อมันเป็น พลอยสี ซึ่งก็ติดหูติดตลาดได้ดีกว่า เท่านั้นเอง…
เออหว่ะ ข้างบนมันพูดถูกนะเนี่ย
คือตอนนี้หนูจะต้องทำงาน โครงงานค่ะ
แล้วคิดไม่ออกจริงๆว่าจะทำอะไรดี พี่พอจะช่วยได้มั้ยคะ
พอดีหนูมาเจอ blog พี่น่าสนใจ
แต่หนูว่าเรื่องนี้อาจจะยากไปสำหรับหนูซักหน่อย
ขอบคุณนะคะ
มีขี้เถ้าแกลบอยากทำพลอยเป็นจัง ลุงมีวันละ 40 ตัน มาช่วยกันทำพลอยกันไหม
อยากรู้วิธี
หนูกำลังทำโปรเจคเรื่องแกลบพอดิบพอดีเลยคะ เพิ่งรู้ว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของแก้วด้วย
แต่หนูได้ยินมาว่า แกลบช่วยเก็บรักษาความเย็นของน้ำแข็งได้นาน นี่จริงรึเปล่าคะ
อยากทราบจังว่าโรงงานผลิตไฟฟ้าพลังงานความร้อนใช้แกลบก้อนหรือเปล่า
กำลังหาโปรเจคที่จะทำอยู่เหมือนกันแต่ไม่รู้จะทำอะไร ปวดหัว แต่อ่านมาน่าสนใจมากแต่คงยากเนาะ
มีเถ้าแกลบวันละ 80 ตัน สนใจทำธุรกิจติดต่อมาได้ 081-9725863 คุณสุ
ขณะนี้เรามีขี้เถ้าแกลบเป็นจำนวนมาก เพราะว่าเราทำธุรกิจโรงไฟฟ้า จึงมีผลิตผลออกมาเป็นขี้เถ้า จึงต้องการคำแนะนำจากผู้รู้ว่ามีอุตสาหกรรมไหนบ้างที่ต้องการขี้เถ้าแกลบในการผลิตนออกจากการผลิตแก้ว ขอบคุณน่ะค่ะ
ถ้าท่านสนใจ 081-7606120
ทำโปรเจคเรื่องนี้พอดีเลย
อยากรุ้ว่าทำออกมาแล้วได้สีดำๆเหมือนกันมั้ยอ่ะ
แล้วโปรเจคของพี่นี่หาอ่านได้ที่ไหนล่ะคะ
พฤษภาคม 30, 2007 ที่ 18:45
โอ้ พึ่งรู้ว่าแกลบก็มีค่า งี้ที่มีคำพูดว่าไม่มีเงินจนต้องกินแกลบ แทนที่จะกิน มันก็เอาแกลบไปเผาเป็นแก้วมาขายซื้อข้าวกินได้สินะ